Showing posts with label กระทกรกหรือเสาวรส. Show all posts
Showing posts with label กระทกรกหรือเสาวรส. Show all posts

Tuesday, October 5, 2010

ฟักทองเหลืองอ๋อยแสนอร่อยแสนประโยชน์


ฟักทอง



หนึ่งในพืชสีเหลืองที่เรามักจะเห็นคนนำมาประกอบอาหารอยู่บ่อย ๆ ก็คือ "ฟักทอง" นั่นเอง เพราะ "ฟักทอง" สามารถประกอบอาหารคาว-หวานได้สารพัดเมนู จึงไม่แปลกที่ "ฟักทอง" จะเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายคน

แล้วรู้ไหมคะว่า "ฟักทอง" นอกจากอิ่มอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาอีกต่างหาก เอ้า...ถ้ายังไม่ทราบวันนี้เราขอเอาใจคนรัก "ฟักทอง" ด้วยการนำเรื่องราวประโยชน์ของ "ฟักทอง" มาเสิรฟ์ถึงมือคุณเลย

ฟักทอง เป็นพืชตระกูลมะระ ชนิดไม้เถาขนาดใหญ่ ผิวมีลักษณะขรุขระ เนื้อในสีเหลืองนิ่ม มีเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่ ซึ่งแต่ละส่วนของ "ฟักทอง" มีสรรพคุณทางมากมาย คือ

เนื้อฟักทอง มีวิตามินเอสูง รวมทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซี แป้ง และที่จะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ "เบต้าแคโรทีน" ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในเนื้อสีเหลืองของฟักทอง สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจได้ แถมเบต้าแคโรทีน ยังช่วยต้านความชรา ป้องกันโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่า และบั้นเอวได้เป็นอย่างดี

เปลือกฟักทอง มีฤทธิ์ทางยามากมาย หากทานฟักทองทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต บำรุงดวงตา และสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่ตายไป ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใบอ่อน มีวิตามินเอสูงเท่ากับเนื้อฟักทอง แต่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงกว่าในเนื้อ

ดอก มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส มีวิตามินซีเล็กน้อย

เมล็ด ประกอบด้วยแป้ง ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน รวมทั้งสารที่ชื่อว่า "คิวเคอร์บิติน" (cucurbitine) ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิตัวตืดได้ดี และยังช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันการเกิดนิ่ว มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ น้ำมันจากเมล็ดฟักทองยังช่วยบำรุงประสาทได้ดี และยังมีกรดอะมิโนบางชนิดที่ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากของผู้ชายขยายใหญ่ขึ้น และช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ

ราก น้ำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการไอได้ และยังช่วยบำรุงร่างกาย ถอนพิษของฝิ่นได้

เยื่อกลางผล สามารถนำมาพอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวด อักเสบได้


ฟักทอง อาหารเพื่อคุณผู้หญิง

และสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนัก "ฟักทอง" นี่แหละค่ะคือ "ตัวช่วย" ที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว เพราะฟักทองเป็นพืชที่มีกากใยมาก และมีแคลอรีไม่สูง ไขมันน้อย จึงไม่ทำให้อ้วน นอกจากนี้ในฟักทองมีวิตามินหลายชนิดในปริมาณสูง จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณของคุณสาว ๆ มีน้ำมีนวล แถมสายตายังดูปิ๊งอีกต่างหาก

นอกจากนี้ สำหรับสตรีหลังคลอดบุตร "ฟักทอง" ซึ่งมีฤทธิ์อุ่น จะช่วยย่อยอาหาร ทำให้กระเพาะอุ่น บำรุงกำลัง ลดอาการอักเสบ แก้ปวดได้อีกด้วย

ข้อควรระวังในการทาน "ฟักทอง"

เนื่องจาก "ฟักทอง" มีฤทธิ์อุ่น ดังนั้นคนที่ "กระเพาะร้อน" คือมีอาการเช่นกระหายน้ำ ปากเหม็น หิวง่าย ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก เป็นแผลในช่องปาก เหงือกบวม ไม่ควรทานฟักทองมากเกินไป เพราะอาจกระตุ้นให้ร่างกายร้อนขึ้นได้นั่นเอง หรือแม้แต่ในคนปกติ การทานฟักทองมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้เช่นกัน

ได้เห็นประโยชน์ดี ๆ ของ "ฟักทอง" แล้วอย่าลืมหามาทานกันได้แล้วนะ

Saturday, August 28, 2010

อัปเดทราคา กระทกรก 28 สิงหาคม 2553

ช่วงนี้พ่อค้ากระทกรกที่รับเข้าโรงงานเริ่มวิ่งชนกันอีกครั้ง เปิดราคางวดแรกมาได้ดีทีเดียวครับ

8 บาท/ กก.



แต่ของผมเหี่ยวไปหลาย เถาว์ครับ เหตุเพราะลูกออกเยอะ ก้านรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดหักพับครับ เลยทำให้เสียหายไปเหมือนกัน
มาคิดดูถ้าเอาไม้ไผ่มามัดให้เป็นราวให้คงดีกว่านี้ครับเพราะมันน่าจะรับน้ำหนักดีกว่า

Friday, May 28, 2010

เริ่มฤดู กระทกรกออกผลผลิต

เข้าเดือนพฤษภาคมแล้ว ค่อนมาปลายเดือนเริ่มมีฝนหลานระลอกเข้ามายังพื้นที่ สีเขียวชอุ่ม เกิดขึ้นเกือบทุกๆที่ใบไม้ผลิตใบกันยกใหญ่รวมทั้ง พรมลอยฟ้าอย่างกระทกรกด้วย เมื่อปีที่แล้ว ที่สวนว่าที่พ่อตาผมเขาลงไว้สักร้อยหลักตอนนี้ เริ่มที่จะเห็นดอกแล้ว บางต้นก็มีลูกแล้วแต่เป็นลูกชุดแรกคงยังไม่มากมายนัก อีกทั้งเครือ เจ้ากระทกรกบางเครือมันก็ไม่ได้คลุมมากมาย ก็จะมีให้เห็นบาง แต่ช่วงนี้หลาย สวนออกกันเยอะเหมือนกัน ผมมาลองสังเกตุการโตของผลมันดูดีๆ มันใช้เวลาน้อยจริงๆถ้ามีน้ำมากๆนี่ จากวันที่ดอกออกสองอาทิตย์มันก็โตเกือบๆจะเท่ากำปั้นเลย อาจเป็นเพราะเหตุผลนี้กระมังที่ทำให้ การเก็บผลผลิตของกระทกรก ว่ากันเป็นอาทิตย์ต่ออาทิตย์นั่นคือ เก็บผลผลิตทุกอาทิตย์ สิ่งที่ผมอยากรู้อีกอย่างตอนนี้คือ ราคาตามท้องตลาด เมื่อต้นเดือนผมไปซื้อมาทานจากตลาดก็โลละประมาณ 20 กว่าบาทได้ อันนี้เขาขายเป็นลูกนะเอามากินสดๆ โอ้วรสชาติมันถ้าแบบสดๆละก็ยิ่งกว่ามะนาวอีกแต่ขอบอกว่าถ้าเติมน้ำผึ้งสดๆหน่อย ก็อร่อยเหาะเหมือนกัน ตอนนี้ก็รอเก็บผลมัน จะว่าไปไอ้นี่ก็น่าทำนะเพราะไม่ต้องดูแลมากไม่มีการใส่ปุ๋ยให้มากค่าใช้จ่ายเลย แถมไม่ต้องฉีดยาด้วย แต่ก็ต้องดูว่าทางรัฐเขาจะเข้ามาสนับสนุนเรื่องตลาดมากน้อยแค่ไหน หรือจะมัววุ่นแต่ไล่จับแม้วกับ ห่วงเรื่องอำนาจก็ไม่รู้ ส่วนพวกเสื้อต่างๆมันก็บ้าดีเดือด มีตั้งสามสี่ก๊ก โอ้วเยอะกว่าสามก๊กของจีนอีก เฮ้อเหนื่อยสงสัยต้องดำเนินชีวิตตามแบบลุงผาย แล้วสิผมว่า

เดี๋ยวไว้ผมจะมาแก้บทความนี้อีกทีเพราะ ผมกะจะเอารูปที่เป็นผลกะดอกมันมาให้ดู ครับ

Tuesday, December 15, 2009

กระทกรก (ภาคต่อ ภาคทำเงิน)

เมื่อบทความที่แล้วผมก็ได้นำเสนอเจ้าสรรพคุณของกระทกรกไปแล้ว ช่วงนี้แถวเลยเขาฮือฮา กันใหญ่ก็เรื่องกระทกรกนี่แหละว่ากันว่ามีคนทำสวนกระทกรกส่ง โรงงาน 20 กว่าไร่นี่ นับเงินกันอาทิตย์ละแสน ผมไม่ได้พูดผิดนะครับอาทิตย์เป็นแสน ไม่ก็เฉียดแสน แหม๋จะว่าไปผมก็เสียดายจริงๆเพราะตอนแรกกะว่ากลับมาจะมาปลูกกระทกรกซะหน่อยแต่แฟนผมเขาไม่เอาด้วยเลย ไม่ได้ทำตอนนี้ก็นั่งอิจฉาคนอื่นเขาไป เข้าเรื่องดีกว่า ว่าทำไมเจ้ากระทกรก ดันมาเป็นพืชเศรษฐกิจของคนที่นี่กันเลย ว่ากันว่ามีโรงงานแปรรูปกระทกรก ทำเป็นน้ำกระทกรก ส่งไปทางประเทศนอกกัน แต่ตอนนี้ที่นี่ทำกันทุกหลังคาเรือน ถ้าเทียบราคากับค่าใช้จ่ายการดูแลที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมี ไม่มีการฉีดยา ต้องการแค่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักกับ การให้น้ำสม่ำเสมอแล้ว ผู้ปลูกลดค่าใช้จ่ายไปเยอะแยะมากมาย รวมถึงราคารับซื้อที่ถึงแม้จะแค่โลละ 10 บาท แค่ต้นทุนที่ต่ำมาก และผลผลิตที่ให้มีจำนวนมาก ทำให้ได้เงินกันเป็นกอบเป็นกำ จนตอนนี้ จนาดต้นกล้ามันยังต้อง ไปดั้นด้นหามาต้นละ 5 บาทกันเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ผมก็ได้กล้าต้นพันธุ์ทั้งแบบลูกเหลืองและลูกลายม่วงไว้ร่วมพันต้น เห็นว่าแม่แฟนผมเขาจะเอาไปปลูกแต่ยังหาที่ลงไม่ได้เลย ด้วยอยากนับเงินทุกอาทิตย์อย่างคนอื่นเขา แต่ตอนนี้ผมเองก็มองๆ ว่าเอ๋ถ้าทุกคนทำกันหมดจะมีโอกาสไหมที่ราคาจะต่ำลงมา ซึ่งได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ทำทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถึงลงมาสักครึ่งก็ยังยิ้มกันแก้มปริเพราะ ลงทุนน้อยไม่ต้องดูแลมาก ให้ผลผลิตเยอะ ทำให้ทุกคนยังยอมรับได้

แต่ผมยังไม่ได้ลงไปศึกษาว่าพื้นที่การเพาะปลูกนั้นมีจำกัดเรื่องใดบ้าง ปลูกกันได้ทุกพื้นที่ไหม หรือว่าต้องการอากาศร้อนเย็นแค่ไหนถึงจะให้ผลผลิตที่น่าพอใจ เพราะถ้าผมมองในเมื่อถ้าปลูกได้ทุกที่ผมก็จะไปเสนอให้คนพื้นที่อื่นปลูกแล้วผมจะไป รับซื้อมาส่งโรงงานอีกที ซึ่งคงต้องศึกษากันอีกที แต่ตอนนี้ที่แน่ๆ แม่แฟนผมคงปลูกไอ้พันกว่าๆไม่หมดแน่เพราะว่า พื้นที่ปลูก 1 ไร่ใช้ต้นกล้า แค่ 175 ต้นเท่านั้นเอง ซึ่งพื้นที่ๆแกจะปลูกมีแค่ห้าไร่

ก็ขอฝากไว้เลยครับว่าหากท่านใดมีข้อมูล หรือปลูกแล้ว หรือสนใจปลูกก็มาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันได้ครับ หรือท่านใดสนใจต้นกล้าก็โทรมาขอทราบราคารายละเอียดกันได้ที่ 0851538821 (กิต) ได้เลยครับ

โอกาสต่อไปคงได้คุยเรื่องนี้กันเยอะขึ้นครับเพราะคนใกล้ตัวได้ลงมือทำไปแล้ว แต่ผมยังสนใจเรื่องทับทิมและน้ำทับทิมคั้นอยู่เลย เดียวครั้งต่อไปจะเสนอการปลูกและการดูแลรักษาต่อไปครับ วันนี้คงคร่าวๆไว้เท่านี้ก่อน

สิ้นปีแล้ว ปีใหม่ขอให้สุขสวัสดีทุกท่านครับ

Tuesday, July 28, 2009

กระทกรก หลังบ้าน



หลายวันมานี้ได้เดินไปส่วนชานหลังบ้าน เหลือบดูเถาว์ไม้ที่พันอยู่เต็มต้นมะพร้าว บังเอิญเจอลูก กระทกรกระโยงระยางเหมือนกับ ดวงไฟ ห้อยตามร้านอาหาร เข้าฤดูฝนแล้วเจ้ากระทกรกนี่ ออกลูกเต็มเถาว์ทุกปี ส่วนแม่แฟนผมก็ขยันทำน้ำกระทกรกตุนไว้ เต็มตู้เย็นทุกปีไปเช่นกัน ว่าแล้วเอ๋ ผมชักอยากรู้แล้วสิโดยส่วนใหญ่ผลไม้ไทยนี่ มักมีสรรพคุณร้อยแปด วันนี้เลยอยากเสนอ สรรพคุณของเจ้ากระทกรกดูตามผมไปดูกันเลยครับว่าสรรพคุณเขาจะสุดสะแด๋วแค่ไหน

ลักษณะทั่วไป :
ต้น : เป็นพรรณไม้ที่มีลำต้นเป็นเถา ลักษณะลำเถามีหนามขึ้นห่างห่าง เนื้อไม้มีสีขาว
ใบ : ใบมีลักษณะปลายใบเรียวแหลม ริมขอบใบเรียบไม่มีหยัก เนื้อไม้บาง ลักษณะของใบคล้ายใบมะยม แต่มีขนาดใหญ่กว่า ใบออกดกทึบ
ดอก : ดอกออกเป็นกระจุกตามบริเวณง่ามใบ ดอกมีขนาดสีขาว
ผล : ผลมีลักษณะรี หรือกลม มีขนาดเท่ากับเมล็ดบัว
ส่วนที่ใช้ : เนื้อไม้ เปลือก เมล็ด ราก ใบ

สรรพคุณ :

-เนื้อไม้ มีรสชาติฝาดเฝื่อนเล็กน้อย ใช้เป็นยาคุมธาตุถอนพิษเบื่อเมาทุกชนิด รักษาบาดแผล
-เปลือก นำมาต้มรมแผลที่เน่าเปื่อย ทำให้แผลแห้ง
-เมล็ด ทาท้องเด็ก แก้ท้องอืด ทำให้ผายลม วิธีใช้โดยการ ตำเมล็ดให้ละเอียด และผสมกับน้ำสับปะรดลนควันให้อุ่น และใช้ทาท้องเด็ก
-ราก ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ แก้กามโรค
-ใบ นำมาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อ ขับพยาธิ หรือตำให้ละเอียดเอากากสุมศีรษะ แก้ปวดศีรษ