Wednesday, April 29, 2009

น้ำทับทิม" ยับยั้งของเซลล์มะเร็ง

โดย สยามดารา 2007-08-27 17:49:34


ผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต
ทับทิม, หมากพิลา, พิลา

ทุกท่านคงเคยเห็นลูกทับทิมกันแล้ว เป็นผลไม้ที่สวยงามและมีกลิ่นหอมมาก ทับทิมสามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ในเมืองไทย



ทับทิมดูจะเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแก่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้วในประเทศเปอร์เซียโบราณมีความเชื่อว่า คุณค่าทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้ต่างๆ นั้น รวมกันอยู่ในทับทิม ทับทิมจึงเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้ ถือว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า

ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

* การฟื้นฟูสู่สภาพเดิมของหัวใจและตับ

* การฟอกไตและท่อปัสสาวะ

* สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย

* ขจัดไขมันส่วนเกิด

* เป็นยาบำรุงกำลัง

* ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง

* ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน

* ปรับปรุงระบบการฟอกและหมุนเวียนโลหิต

* การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน

* สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ

* ต่อต้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและเพิ่มพลัง

* ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ

* ทำให้ผิวหน้าสวย



การวิจัยทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พบว่าในน้ำทับทิมมีสารต้านนอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสิทธิภาพสูงมาก งานวิจัยแรกพบว่าสารจากน้ำทับทิม สามารถลดภาวะการแข็งตัวของเส้นเลือด จากไขมันในเลือดสูงได้ อีกรายงานยังสรุปว่าทำให้เส้นเลือดที่หนาตัวและมีไขมันสะสม ซึ่งเป็นเส้นเลือดที่ไม่ดี มีความหนาตัวลดลง และลดไขมันที่สะสมลงอีกด้วย



มีรายงานการให้สารจากทับทิมในหนูทดลอง ก่อนที่จะให้สารพิษคาร์บอนเตตราคลอไรด์ต่อตับ พบว่าหนูที่ได้รับสารจากทับทิมมีฤทธิ์ป้องกันการเป็นพิษต่อตับได้จริง ยังมีงานวิจัยอีกว่า ทั้งในรูปน้ำสดและผ่านการหมักต่อเซลล์มะเร็งหน้าอกของคน พบว่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งของเซลล์มะเร็งได้จริงอีกด้วย

Tuesday, March 17, 2009

ส้มและเปลือกส้มแทนเจอรีนมีประสิทธิภาพสูง ในการใช้แทนยาที่มีผลช่วยในการลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย



สารประกอบที่พบในเปลือกของผลไม้จำพวกมะนาวและส้ม มีศักยภาพในการช่วยลดระดับของคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยพบว่ามีประสิทธิภาพดีกว่ายาที่ได้จากแพทย์ และไม่มีผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกาย ตามการอ้างอิงจากการศึกษาของคณะนักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

จากการศึกษาร่วมกันของคณะนักวิจัยของกระทรวงเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกาและ KGK Synergize ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศแคนาดา ได้จำแนกประเภทของสารประกอบจากส้มและเปลือกส้มแทนเจอรีน ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่ามีอีกทางเลือกหนึ่งทางธรรมชาติที่ช่วยลดระดับของ LDL คลอเรสเตอรอล(คลอเรสเตอรอลที่ไม่ดีต่อร่างกาย) โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น ส่งผลให้การทำงานของตับลดลง, กล้ามเนื้ออ่อนแอลง เมื่อเปรียบเทียบกับยาที่ใช้ในการลดระดับของคลอเรสเตอรอล โดยงานวิจัยที่ได้ศึกษาถึงสารประกอบจากส้มและเปลือกส้มแทนเจอรีนนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Agricultural and Food Chemistry

ผลจากการวิจัยพบว่าสารประกอบที่พบในส้มและเปลือกส้มแทนเจอรีนมีชื่อว่า พอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (polymethoxylated flavones (PMFs)) เป็นรงควัตถุ (pigments) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรงควัตถุอื่น ๆ ที่พบในผลไม้จำพวกส้มและมะนาว นอกจากจะมีศักยภาพในการลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายแล้ว ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ รวมถึงการต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และการอักเสบต่าง ๆ ซึ่งคณะผู้วิจัยเชื่อว่าเป็นกลุ่มแรกที่ศึกษาและแสดงให้เห็นว่าสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) มีประสิทธิภาพในการลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย “งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่าสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลเมื่อเปรียบเทียบกับรงควัตถุที่ให้สารสีเหลือง (flavonoid) ของผลไม้จำพวกมะนาวและส้ม” ผู้วิจัยกล่าว ดร. Elzbieta Kurowska หัวหน้างานวิจัยและรองประธานของ KGK Synergize ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศแคนาดากล่าวว่า “เราเชื่อว่าสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) มีศักยภาพทัดเทียมกับยาที่ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอล และมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องเสี่ยงว่าจะส่งผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกาย”

สารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) พบในผลไม้จำพวกส้มและมะนาวต่าง ๆ ในส่วนของส้มและส้มแทนเจอรีนจะพบสาร PMFs มากบริเวณเปลือก โดยพบในปริมาณเล็กน้อยในน้ำผลไม้ดังกล่าว

จากการทดลองในสัตว์ทดลองโดยใช้หนูแฮมสเตอร์ซึ่งปรับสภาวะร่างกายให้มีระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายสูง คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาและพบว่าเมื่อเลี้ยงหนูด้วยอาหารที่มีสารประกอบ PMFs อยู่ในปริมาณ 1% พบว่าช่วยลดระดับ LDLคลอเรสเตอรอลได้ถึง 32 – 40%

ผลการศึกษาของ ดร. Elzbieta Kurowska ซึ่งได้ทำการทดลองในสัตว์ทดลองก่อนหน้านี้พบว่ารงควัตถุอื่น ๆ ให้ผลการศึกษาเช่นเดียวกับรงควัตถุที่ให้สารสีเหลือง (flavonoids) โดยเฉพาะอย่างยิ่งรงควัตถุ hesperidin ซึ่งพบในส้ม และรงควัตถุ naringin ซึ่งพบในส้มโอ ผลการทดลองพบว่ารงควัตถุต่าง ๆ ที่กล่าวมามีความสามารถในการลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายได้ แต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs)

“ผลของการบำบัดโดยการใช้สารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) ไม่พบว่าส่งผลต่อระดับของ HDL คลอเรสเตอรอลซึ่งเป็นคลอเรสเตอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย” นักวิจัยกล่าว และพบว่าไม่มีผลกระทบข้างเคียงในด้านลบต่อร่างกายของสัตว์ทดลองซึ่งเลี้ยงด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของสารประกอบดังกล่าว โดยในปัจจุบันคณะนักวิจัยกำลังศึกษาถึงกลไกการเกิดปฎิกิริยา (mechanism) ในการลดระดับของคลอเรสเตอรอล โดยศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลองและเซลล์ของสัตว์ ซึ่งคาดว่ากลไกของปฏิกิริยาน่าจะมีการทำงานโดยไปยับยั้งการสังเคราะห์คลอเรสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ภายในตับ

ผลการศึกษาระยะยาวในร่างกายมนุษย์ของประสิทธิภาพของสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) ที่มีต่อระดับของ LDL คลอเรสเตอรอลมีความก้าวหน้าไปมาก พบว่าในขณะที่เราบริโภคน้ำผลไม้จำพวกมะนาวและส้มซึ่งมีประโยชน์สูงต่อร่างกาย จะทำให้เราได้รับสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) ที่อยู่ภายในน้ำผลไม้ ซึ่งจะช่วยลดระดับ LDLคลอเรสเตอรอลในร่างกาย โดยผลการศึกษาของดร. Elzbieta Kurowska ประเมินว่าถ้าเราดื่มน้ำส้มหรือน้ำส้มแทนเจอรีนในปริมาณ 20 แก้วหรือมากกว่าต่อวันจะส่งผลในการลดระดับ LDLคลอเรสเตอรอลในร่างกายได้

KGK Synergize ซึ่งเป็นบริษัทในประเทศแคนาดายังคงพัฒนาอาหารเสริมทางโภชนาการที่มีส่วนประกอบของสารประกอบพอลิเมทอกซิเลตฟลาโวเนส (PMFs) โดยมีการผสมวิตามินอี(vitamin E) ลงไป เพื่อช่วยเสริมการทำงานของสารประกอบ PMFs ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจากการศึกษาวิจัยของดร. Elzbieta Kurowska โดยปัจจุบันในประเทศสหรัฐอเมริกามีสารที่ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายขายอยู่ในท้องตลาดซึ่งมีชื่อทางการค้าว่า SytrinolTM

หากใครสงสัยว่าไอ้ส้มนี่หาซื้อได้ที่ไหนก็ลองอ่านด้านล่างนี้ก่อนนะ
ส้มเขียวหวานไทยก็คือส้มtangerineนั่นเอง ส้มแทนเจอรีนก็คือส้มเปลือกล้อน ส่วนorangeคือส้มที่เปลือกติดเนื้อเช่นส้มเช้งเป็นต้น

ขอขอบคุณข้อความดีๆ จาก เว็ปไซด์ วิชาการ ดอทคอม